Harry Potter and the half-blood prince
ภาคที่หก แห่งหนังภาคต่อเรื่องยาวววววววว เรียกได้ว่า พอดูภาคนี้จบ ก็เหลืออีกแค่ภาคเดียวให้แฟนพันธ์แท้เฝ้าติดตาม ให้ค่ายหนังทำเงิน และให้ผู้เขียน(J.K. Rowling) ได้ทิ้งทวนฝีมือ

แต่จะว่าไป ผมกลับรู้สึกว่า ผู้เขียนได้ทิ้งทวนไปแล้ว ตั้งแต่ภาคที่สาม(Harry Potter กับนักโทษแห่งอัซคาบัน) เพราะนับตั้งแต่ภาคหนึ่ง สอง และสาม ที่มีทั้งความสนุกและลงตัว แต่นับตั้งแต่ ภาค 4(Harry Potter กับถ้วยอัคนี) กลับทำได้น่าผิดหวังที่สุด เพราะไร้ซึ่งปมให้ชวนติดตาม จนเหมือนกับได้ดูกีฬาสีแห่งโลกเวทมนตร์ เพียงเท่านั้น ส่วนภาค 5(Harry Potter กับภาคีนกฟินิกซ์) ที่อาจจะดูสนุกกว่าภาคสี่อยู่บ้าง แต่ก็ไม่อาจทำให้จดจำและประทับใจได้มากเท่าใดนัก ภาค 6(Harry Potter กับเจ้าชายเืลือดผสม) จึงกลายเป็นความหวัง ว่าจะทำให้กลับมารู้สึกสนุกชวนติดตามได้อีกครั้ง
แต่บอกได้เลยว่า หากใครอยากจะดูภาคนี้ ให้ลืมฉากต่อสู้ ฉากที่ต้องลุ้น เพราะแทบทั้งเรื่อง กลับเน้นบทสนทนาซะเป็นส่วนมาก แถมยังมีรักกุ๊กกิ๊กของแต่ละคู่มากินเวลาของหนังมากเกินจำเป็น
ปมของหนัง เลยกลายเป็นจุดเดียวที่ผมคาดหวัง ว่าท้ายที่สุด จะทำให้เนื้อเรื่องที่เดินมาค่อนข้างเรื่อยๆเอื่อยๆ สามารถเอาชนะใจคนดู และไม่ต้องรู้สึกเสียดายเวลากับบทสนทนาอันยาวเหยียด ทว่า ในที่สุดแล้ว หนังเรื่องนี้ ก็ถูกจัดเข้าหมวดหมู่เดียวกับภาค 4 เพราะไม่สามารถมีบทสรุปให้รู้สึกว่า คุ้มค่ากับการเฝ้าทนดูมาสองชั่วโมงครึ่ง และที่แย่ไปกว่านั้น ผู้กำกับกลับเลือกที่จะจบแบบง่ายจนเกินไป จนงงไปเลยว่า ในหนังสือมันแต่งได้ห่วยขนาดนี้เชียวหรือ เพราะไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย ที่ฝ่ายตัวร้ายยอมเลิกราอะไรง่ายๆขนาดนั้น…
ก็คงต้องรอ และหวังในภาคต่อไป ว่าทางผู้กำักับ จะทำอะไรได้ลงตัวกว่าภาคนี้ แต่หากไม่มีแนวโน้มที่จะเป็นเช่นนั้น ก็คงได้แต่ภาวนา ให้เปลี่ยนผู้กำกับเสียดีกว่า !!!



Leave your response!